
เช ยอง ซุก โค้ชเทควันโดชาวเกาหลีของทีมชาติไทย ออกโรงกระชุ่น "น้องวิว" เยาวภา บุรพลชัย อย่าหลงแสงสีจนลืมตัว มิเช่นนั้นอนาคตในโอลิมปิกอีก 4 ปีข้างหน้าที่จีนดับวูบแน่ เหตุเดินสายรับงานมากจนเกินไป พร้อมแนะถึงเวลาอันควรที่จะหยุดเดินสาย ดูแลตัวเองได้แล้ว ขณะที่ศึกซีเกมส์ ครั้งที่ 23 ที่ฟิลิปปินส์ ยอมรับงานหิน แต่จะพยายามทำให้ได้เหรียญทองเหมือน "ฮานอยเกมส์" ที่ผ่านมา
เช ยอง ซุก โค้ชเทควันโดทีมชาติไทยชาวเกาหลีใต้ เปิดเผยว่า จากกระแสความโด่งดังของ "น้องวิว" เยาวภา บุรพลชัย เจ้าของเหรียญทองแดงโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 28 ที่กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ ที่ได้รับการตอบสนองจากประชาชนชาวไทยเป็นอย่างดี จนมีงานต่างๆ เข้ามามากมาย ในฐานะที่เป็นโค้ชดูแลนักกีฬาอยู่ รู้สึกอดเป็นห่วง "น้องวิว" ไม่ได้ว่า ถึงเวลาแล้วที่จะต้องหันมาดูแลตัวเองบ้าง อย่าได้ไปหลงระเริงกับแสงสีมากนัก เพราะสิ่งนั้นมันไม่ยั่งยืนเท่ากับการเป็น "ฮีโร่" เรื่องกีฬา
เนื่องจากตัวของ เยาวภา เองอายุยังน้อย สามารถกอบโกยสร้างชื่อเสียงให้กับตัวเองได้อีกมาก แต่ถ้าหากไปหลงระเริงกับสิ่งยั่วยุภายนอก อนาคตเกี่ยวกับกีฬาเทควันโดอาจต้องยุติลงได้เพราะคนรู้จักตัวเขามาจากกีฬาเทควันโด ไม่ใช่นักแสดงหรือศิลปินดาราอย่างที่เห็นทุกวันนี้ โดยเฉพาะเป้าหมายโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 29 ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน อีก 4 ปีข้างหน้า หาก เยาวภา ดูแลตัวเองเป็นอย่างดี แน่นอนว่ายังเป็นตัวความหวังหลักที่จะสร้างชื่อเสียงกับสมาคม แต่ถ้าปล่อยตัวหรือเป็นเช่นนี้อยู่ เชื่อว่าจะถึงจุดอิ่มตัวและไม่มีแรงผลักดันให้มีความมุ่งมั่นกับการเก็บตัวฝึกซ้อมเหมือนที่ผ่านมา
โค้ชแดนโสมยังได้กล่าวอีกว่า ช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา สมาคมได้ปล่อยตัวให้ "น้องวิว" เดินสายรับงานต่างๆ มากแล้ว ถึงเวลาแล้วที่เขาจะต้องปฏิเสธและกลับมามุ่งมั่นในกีฬาเทควันโดเหมือนเดิม ส่วนหนึ่งในความสำเร็จของ เยาวภา ที่มีมากกว่านักกีฬาคนอื่นๆ ก็คือ ความมุ่งมั่นอดทนรวมไปถึงหัวใจเกินร้อยเปอร์เซ็นต์ แม้บางครั้งได้ซ้อมหนักมากก็ไม่เคยปริปาก ถือว่าเป็นแบบอย่างที่ดีที่นักเทควันโดคนอื่นควรเอาเยี่ยงอย่าง
เช ยอง ซุก โค้ชเทควันโดทีมชาติไทยชาวเกาหลีใต้ เปิดเผยว่า จากกระแสความโด่งดังของ "น้องวิว" เยาวภา บุรพลชัย เจ้าของเหรียญทองแดงโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 28 ที่กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ ที่ได้รับการตอบสนองจากประชาชนชาวไทยเป็นอย่างดี จนมีงานต่างๆ เข้ามามากมาย ในฐานะที่เป็นโค้ชดูแลนักกีฬาอยู่ รู้สึกอดเป็นห่วง "น้องวิว" ไม่ได้ว่า ถึงเวลาแล้วที่จะต้องหันมาดูแลตัวเองบ้าง อย่าได้ไปหลงระเริงกับแสงสีมากนัก เพราะสิ่งนั้นมันไม่ยั่งยืนเท่ากับการเป็น "ฮีโร่" เรื่องกีฬา
เนื่องจากตัวของ เยาวภา เองอายุยังน้อย สามารถกอบโกยสร้างชื่อเสียงให้กับตัวเองได้อีกมาก แต่ถ้าหากไปหลงระเริงกับสิ่งยั่วยุภายนอก อนาคตเกี่ยวกับกีฬาเทควันโดอาจต้องยุติลงได้เพราะคนรู้จักตัวเขามาจากกีฬาเทควันโด ไม่ใช่นักแสดงหรือศิลปินดาราอย่างที่เห็นทุกวันนี้ โดยเฉพาะเป้าหมายโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 29 ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน อีก 4 ปีข้างหน้า หาก เยาวภา ดูแลตัวเองเป็นอย่างดี แน่นอนว่ายังเป็นตัวความหวังหลักที่จะสร้างชื่อเสียงกับสมาคม แต่ถ้าปล่อยตัวหรือเป็นเช่นนี้อยู่ เชื่อว่าจะถึงจุดอิ่มตัวและไม่มีแรงผลักดันให้มีความมุ่งมั่นกับการเก็บตัวฝึกซ้อมเหมือนที่ผ่านมา
โค้ชแดนโสมยังได้กล่าวอีกว่า ช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา สมาคมได้ปล่อยตัวให้ "น้องวิว" เดินสายรับงานต่างๆ มากแล้ว ถึงเวลาแล้วที่เขาจะต้องปฏิเสธและกลับมามุ่งมั่นในกีฬาเทควันโดเหมือนเดิม ส่วนหนึ่งในความสำเร็จของ เยาวภา ที่มีมากกว่านักกีฬาคนอื่นๆ ก็คือ ความมุ่งมั่นอดทนรวมไปถึงหัวใจเกินร้อยเปอร์เซ็นต์ แม้บางครั้งได้ซ้อมหนักมากก็ไม่เคยปริปาก ถือว่าเป็นแบบอย่างที่ดีที่นักเทควันโดคนอื่นควรเอาเยี่ยงอย่าง
No comments:
Post a Comment